contact_banner

News


บิ๊กซี สนันสนุนเกษตรกรไทย ผนึกแบรนด์ข้าวถุง-กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลดค่าครองชีพ จัดแคมเปญ "นึกถึงข้าวไทย ต้องที่บิ๊กซี ปี 2564" ต่อเนื่องปีที่ 13 พร้อมลุ้นทริป "บิ๊กซีเที่ยววิถีข้าวไทย ครั้งที่ 3" 3 วัน 2 คืน

    วันที่ 10 กันยายน 2564 บิ๊กซี ร่วมกับ แบรนด์ข้าวถุง กระทรวงพาณิชย์ ลดราคาข้าวช่วยประชาชน นำผู้ประกอบการข้าวถุง 10 แบรนด์ชั้นนำ จัดโปรโมชั่นลดราคาข้าวสารสูงสุดถึง 35% เริ่มตั้งแต่ 9 กันยายน - 6 ตุลาคม 2564 ที่บิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ


    คุณวิชัย เบญญาดิลก รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า บิ๊กซี ร่วมกับผู้ผลิตข้าวถุง 10 แบรนด์ชั้นนำ และกระทรวงพาณิชย์ จัดแคมเปญ “นึกถึงข้าวไทย ต้องที่บิ๊กซี” ภายใต้แนวคิด “บิ๊กซีร่วมสนันสนุน เกษตรกรไทยทุกภูมิภาค” ต่อเนื่องปีที่ 13 ประจำปี 2564 นำเสนอข้าวถุงราคาพิเศษจากแบรนด์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเป็นการช่วยลดค่าครองชีพของผู้บริโภคทั่วประเทศ ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจข้าวถุงของกลุ่มผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ เพื่อตอกย้ำหลักการดำเนินงานของ บิ๊กซี “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” โดยมี คุณอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และคู่ค้า ร่วมงาน ณ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ”


    “สำหรับแคมเปญดังกล่าวได้รวบรวมข้าวสารถุงคุณภาพเยี่ยมจากผู้ผลิตชั้นนำ 7 ราย อาทิ ข้าวถุงเบญจรงค์, ข้าวถุงตราฉัตร, ข้าวถุงหงษ์ทอง, ข้าวถุงปิ่นเงิน, ข้าวถุงแสนดี, ข้าวถุงมาบุญครอง, ข้าวถุงพนมรุ้ง และข้าวถุงบิ๊กซีแบรนด์ และข้าวทางเลือกเพื่อสุขภาพอีก 3 ราย อาทิ ข้าวขันทอง, ข้าวรักจัง และข้าวสยามปราณา มาร่วมลดราคา สูงสุดถึง 35% จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 กันยายน - 6 ตุลาคม 2564 ที่ บิ๊กซี เพื่อช่วยพยุงค่าครองชีพให้ผู้บริโภคต่อเนื่อง ทั้งนี้บางรายการจะลดต่อเนื่องต่อไปอีกระยะหนึ่ง และบิ๊กซี ตั้งเป้าหมายยอดขายข้าวถุงเพิ่มขึ้น 40%”


    ในขณะเดียวกัน ได้จัดสินค้าแถมอีกหนึ่งต่อเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าบิ๊กซีทุกสาขาทั่วประเทศ สำหรับ บิ๊กซีไฮเปอร์มาร์เก็ต บิ๊กซี มาร์เก็ต และ บิ๊กซี ฟู้ดเพลส ทุกสาขา


    ด้าน คุณอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า “สำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และผู้ผลิตจำหน่ายข้าวบรรจุถุงในกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถช่วยลดค่าครองชีพได้ถึง 20-25% โดยเฉพาะสินค้าข้าวสารบรรจุถุงที่เป็นสินค้าบริโภคที่สำคัญในชีวิตประจำวัน รวมถึงการดูแลสินค้าและบริการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเป็นธรรม ในขณะเดียวกันต้องรักษาระดับราคาสินค้าเกษตรให้มีเสถียรภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรด้วย”


Image title


Image title